แดชบอร์ดบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนและ CBAM Data Management สำหรับ Supply Chain ทั่วโลก

CBAM Data Gap: เมื่อ Carbon Data กลายเป็นความท้าทายใหม่ของ Supply Chain ไทย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 สหภาพยุโรป (EU) ได้เข้าสู่ระยะบังคับใช้เต็มรูปแบบของมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) หลังจากผ่านระยะเปลี่ยนผ่านตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2023 โดยครอบคลุมสินค้าหลัก 6 กลุ่ม ได้แก่ ซีเมนต์ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน ในระยะบังคับใช้ ผู้นำเข้าหรือผู้แทนทางศุลกากรทางอ้อมที่เข้าเกณฑ์ต้องดำเนินการตามสถานะที่กำหนด รายงานปริมาณสินค้าและ Embedded Emissions และมีภาระเกี่ยวกับ CBAM Certificates ตามหลักเกณฑ์ของมาตรการ

ประเด็นสำคัญของ CBAM จึงไม่ได้อยู่เพียงที่การคำนวณปริมาณคาร์บอน แต่รวมถึง คุณภาพ ความครบถ้วน และความน่าเชื่อถือของข้อมูล เพราะกรณีที่ใช้ Actual Emissions ข้อมูลดังกล่าวต้องเป็นไปตามวิธีการคำนวณของ CBAM และผ่านการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบที่ได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ดังนั้น ความพร้อมของผู้ประกอบการไทยจึงควรขยับจากการคำนวณ GHG ภายในองค์กร ไปสู่การบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ข้อมูลการผลิตจนถึงข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประกอบการรายงาน CBAM ได้อย่างน่าเชื่อถือ

1. CBAM Data Gap คืออะไร?

CBAM Data Gap คือ ช่องว่างระหว่างข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการคำนวณและรายงาน CBAM กับข้อมูลที่องค์กรมีอยู่จริงและสามารถนำไปใช้งานได้ ปัญหานี้ไม่ได้หมายถึงการไม่มีข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ไม่สอดคล้องกับวิธีการคำนวณ ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับ หรือไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะรองรับการตรวจสอบ

ตัวอย่างเช่น โรงงานมีข้อมูลการใช้ไฟฟ้า แต่ไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับกระบวนการผลิตหรือปริมาณสินค้าที่เกี่ยวข้องได้ หรือมีค่า Emission Factor แต่ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาและขอบเขตการใช้งานได้อย่างชัดเจน ปัญหาเหล่านี้ทำให้ข้อมูลที่มีอยู่ไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีการคำนวณ GHG อยู่แล้วก็ตาม การที่องค์กรมีข้อมูล Carbon Footprint หรือข้อมูล GHG อยู่แล้ว จึงไม่ได้หมายความว่าข้อมูลนั้นจะมีความพร้อมสำหรับการรายงาน CBAM เสมอไป

2. ทำไม Data Gap จึงกลายเป็นปัญหาสำคัญของ Supply Chain?

ข้อมูล Embedded Emissions เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ณ Installation ในประเทศต้นทาง ขณะที่ข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการจัดทำ CBAM Declaration ของผู้นำเข้าในสหภาพยุโรป กฎ CBAM กำหนดให้ข้อมูลสำหรับการคำนวณสามารถระบุถึงสินค้า Installation ประเทศต้นทาง และข้อมูลการปล่อยที่เกี่ยวข้องได้

สำหรับผู้ประกอบการและผู้ส่งออกไทย แม้ไม่ได้เป็นผู้ยื่น CBAM Declaration โดยตรง แต่ข้อมูลจากโรงงานต้นทางอาจถูกนำไปใช้ในการรายงานของผู้นำเข้า โดยเฉพาะเมื่อเลือกใช้ Actual Emissions ซึ่งต้องมีข้อมูลที่สามารถรองรับการตรวจสอบตามข้อกำหนดของ CBAM

3. Actual Emissions vs Default Values: มีข้อมูลแล้วไม่ได้หมายความว่าใช้ได้

การมีข้อมูล Actual Emissions ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำตัวเลขไปใช้กับ CBAM ได้ทันที สำหรับกรณีใช้ Actual Emissions ข้อมูลต้องรองรับการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ของ CBAM และต้องสอดคล้องกับองค์ประกอบสำคัญ เช่น:

  • ขอบเขตของระบบและกระบวนการผลิต

  • ข้อมูลกิจกรรมและ Emission Factors

  • วิธีการจัดสรรการปล่อยให้กับสินค้า

  • ข้อมูลวัตถุดิบต้นน้ำ (Precursors) ในกรณีที่เกี่ยวข้อง

  • หลักฐานและข้อมูลที่รองรับการตรวจสอบ

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการมี Actual Emissions แต่คือการทำให้ข้อมูลดังกล่าวมีที่มา อธิบายวิธีการคำนวณได้ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

4. ข้อมูลคาร์บอนที่ดีและพร้อมใช้งานต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง?

 

ข้อมูลคาร์บอนสำหรับ CBAM ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเลขผลลัพธ์รวมในหน่วยตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า [tCO₂e] แต่ต้องเป็นชุดข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อมโยงกลับไปถึงต้นทางได้ ได้แก่

  • ข้อมูลปริมาณการผลิต: ปริมาณผลผลิตและสินค้าที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลการใช้พลังงาน: การใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิง ความร้อน และไอน้ำในกระบวนการผลิต
  • ข้อมูล Process Emissions: การปล่อย GHG ที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีในกระบวนการผลิต
  • ข้อมูลวัตถุดิบ (Precursors): ปริมาณและปริมาณคาร์บอนแฝงของวัตถุดิบต้นน้ำที่นำมาใช้
  • Emission Factors & Allocation Methods: ค่าปัจจัยการปล่อยและหลักเกณฑ์การปันส่วนคาร์บอน
  • ข้อมูลสถานประกอบการ: ข้อมูล Installation ID ผู้ผลิต และพิกัดสถานที่ผลิต
  • เอกสารหลักฐานอ้างอิง: ข้อมูลที่สามารถใช้ยืนยันและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่นำมาคำนวณ เช่น ใบเสร็จค่าไฟ ใบชั่งน้ำหนัก เอกสารการจัดซื้อ ฯลฯ

ข้อมูลเหล่านี้จึงควรเชื่อมโยงกันตั้งแต่ข้อมูลกิจกรรม กระบวนการผลิต ไปจนถึงผลการคำนวณ Embedded Emissions เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้เมื่อจำเป็น

5. Data Quality สำคัญไม่แพ้การคำนวณ GHG

ตัวเลขการปล่อย GHG จาก Supplier สองรายอาจไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้โดยตรง หากใช้ขอบเขตการคำนวณ วิธีการจัดสรร หรือแหล่งข้อมูลที่แตกต่างกัน ดังนั้น การบริหารข้อมูลคาร์บอนจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของข้อมูลควบคู่ไปกับการคำนวณ

พนักงานตรวจสอบคุณภาพข้อมูลคาร์บอน (Carbon Data Quality) เพื่อเตรียมความพร้อมรายงาน CBAM

ในบทความนี้สามารถมอง 4 เสาหลักของคุณภาพข้อมูล ได้ดังนี้

  • ความครบถ้วน (Completeness) : ครอบคลุมทุกแหล่งการปล่อยและทุกวัตถุดิบตามข้อกำหนด
  • ความสอดคล้อง (Consistency) : ใช้วิธีการคำนวณและเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันอย่างต่อเนื่อง
  • ความถูกต้อง (Accuracy) : ข้อมูลสะท้อนการดำเนินงานจริงและมีข้อผิดพลาดอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
  • การตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) : สามารถระบุแหล่งที่มาและหลักฐานของข้อมูลได้

ทั้ง 4 ด้านนี้เป็น กรอบที่องค์กรสามารถใช้ประเมินคุณภาพข้อมูล เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ CBAM ไม่ใช่ชื่อหมวดหมู่ที่ CBAM กำหนดเป็นทางการโดยตรง แต่สอดคล้องกับข้อกำหนดที่ให้ข้อมูลมีรายละเอียดเพียงพอสำหรับการตรวจสอบและการทบทวน Declaration

6. CBAM Data Gap ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่าย Sustainability เพียงฝ่ายเดียว

การจัดการข้อมูลเพื่อรองรับ CBAM ไม่ได้เป็นหน้าที่ของฝ่าย Sustainability เพียงฝ่ายเดียว เพราะข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกระจายอยู่ตลอดกระบวนการดำเนินงานขององค์กร ข้อมูลที่เกี่ยวข้องครอบคลุมตั้งแต่ ข้อมูล Supplier และวัตถุดิบ ข้อมูลปริมาณการผลิต ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิง ข้อมูลกระบวนการผลิต ข้อมูลการจัดซื้อและค่าใช้จ่าย ตลอดจนเอกสารและหลักฐานที่ใช้ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล

ข้อมูลเหล่านี้ต้องสามารถนำมาเชื่อมโยงกันได้ ตั้งแต่ข้อมูลกิจกรรมในกระบวนการผลิต ไปจนถึงการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและข้อมูลที่ใช้ในการรายงาน CBAM พร้อมทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาได้

ดังนั้น การปิด CBAM Data Gap จึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันและการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการคำนวณ GHG ให้ได้ผลลัพธ์ แต่ต้องทำให้ข้อมูลตั้งแต่ต้นทางมีความ ครบถ้วน สอดคล้อง ถูกต้อง และตรวจสอบย้อนกลับได้ CBAM จึงกำลังทำให้ข้อมูลคาร์บอนเชื่อมโยงกับข้อมูลการดำเนินงานและข้อมูลทางธุรกิจในหลายส่วนขององค์กร มากกว่าการเป็นเพียงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม

7. จาก Supplier Questionnaire สู่ระบบบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอน

การส่งแบบสอบถามไปยัง Supplier เพียงเพื่อสอบถามว่ามี Carbon Footprint หรือไม่ อาจไม่เพียงพอสำหรับการเตรียมข้อมูล CBAM เพราะไม่ได้สะท้อนว่าข้อมูลมีความครบถ้วนและสามารถนำไปใช้งานได้จริงเพียงใด

องค์กรจึงควรยกระดับจากการเก็บข้อมูลเป็นครั้งคราว ไปสู่ระบบบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนของ Supplier ที่มีโครงสร้างและสามารถติดตามข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง

  • กำหนดโครงสร้างข้อมูล
  • จัดเก็บข้อมูล
  • ตรวจสอบเบื้องต้น
  • คำนวณตามหลักเกณฑ์
  • ตรวจสอบความถูกต้อง
  • ตรวจสอบย้อนกลับ
  • ติดตามและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

แนวทางนี้ช่วยให้องค์กรไม่เพียงแต่มีข้อมูลจาก Supplier แต่สามารถประเมินคุณภาพของข้อมูล ระบุช่องว่าง และพัฒนาข้อมูลให้พร้อมสำหรับการใช้งานด้าน CBAM และการบริหารคาร์บอนในระยะยาว

8. แนวทางการปิด CBAM Data Gap สำหรับองค์กร

ทีมงานวางกลยุทธ์ CBAM Data Strategy และ Supply Chain Mapping เพื่อปิดช่องว่างข้อมูลคาร์บอน

  1. ทำ Supply Chain Mapping ระบุ Supplier, Installation, ประเทศต้นทาง และกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับสินค้ากลุ่ม CBAM เพื่อให้เห็นจุดที่ต้องใช้ข้อมูลอย่างชัดเจน
  2. กำหนด Data Requirement กำหนดชุดข้อมูลที่จำเป็น เช่น ปริมาณผลผลิต การใช้พลังงาน การปล่อยจากกระบวนการผลิต และข้อมูล Precursors ตามประเภทสินค้าและวิธีการคำนวณที่เกี่ยวข้อง
  3. ประเมิน Data Quality ตรวจสอบความครบถ้วน แหล่งที่มา ความสอดคล้อง และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับของข้อมูลจาก Supplier
  4. ปิด Data Gap และปรับปรุงกระบวนการ กำหนดรูปแบบข้อมูลและเอกสารมาตรฐาน จัดเก็บหลักฐานให้เป็นระบบ และสนับสนุน Supplier ที่ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ เพื่อยกระดับความพร้อมของข้อมูลก่อนนำไปใช้จริง

9. Carbon Data Management จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของธุรกิจ

CBAM ไม่ใช่ภารกิจที่ทำเพียงครั้งเดียวแล้วเสร็จ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องมีการจัดทำ Declaration และจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยกฎ CBAM กำหนดให้ข้อมูลที่ใช้คำนวณ Embedded Emissions ต้องมีรายละเอียดเพียงพอสำหรับการตรวจสอบและการทบทวน และกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลไว้จนถึงสิ้นปีที่ 4 หลังปีที่ต้องยื่น Declaration

เมื่อจำนวนสินค้า Supplier และข้อมูลเพิ่มขึ้น การจัดเก็บข้อมูลกระจัดกระจายใน Excel อีเมล หรือ PDF หลายชุดอาจทำให้การติดตามและตรวจสอบข้อมูลทำได้ยากขึ้น องค์กรจึงควรให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เช่น

  • Data Structure: การจัดโครงสร้างข้อมูลให้เป็นระบบและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
  • Version Control: การควบคุมเวอร์ชันของข้อมูลและสูตรการคำนวณ
  • Data Traceability: การบันทึกประวัติว่าข้อมูลมาจากไหน ใครเป็นผู้บันทึก คำนวณอย่างไร และใช้กับสินค้าหรือช่วงเวลาใด

10. จาก Compliance สู่ Strategic Carbon Data

เมื่อองค์กรสามารถเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ Supplier → สินค้า → กระบวนการผลิต → พลังงาน → GHG Emissions → ต้นทุนและความเสี่ยง ก็จะสามารถมองเห็นจุดที่มีการปล่อย GHG สูงในห่วงโซ่อุปทานได้ชัดเจนขึ้น

ข้อมูลชุดเดียวกันสามารถนำไปต่อยอดได้ เช่น

  • การประเมินและคัดเลือก Supplier
  • การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
  • การวางแผนลดการปล่อย GHG
  • การประเมินความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอน
  • การสนับสนุน Climate Strategy และเป้าหมาย Net Zero

ดังนั้น การจัดการข้อมูลเพื่อ CBAM จึงสามารถต่อยอดจากงานด้าน Compliance ไปสู่การใช้ข้อมูลเพื่อการบริหาร Supply Chain และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้

บทสรุป

มาตรการ CBAM ได้เปลี่ยนบทบาทของข้อมูลคาร์บอน จากข้อมูลที่ใช้เพื่อการรายงานด้านสิ่งแวดล้อม ไปสู่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การค้า ต้นทุน ความเสี่ยง และความสามารถในการแข่งขันในตลาดระหว่างประเทศ

นับตั้งแต่ CBAM เข้าสู่ระยะบังคับใช้เต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2026 ความพร้อมของผู้ประกอบการไทยจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการคำนวณ GHG ภายในองค์กรเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการบริหารข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ Supplier และ Installation ไปจนถึงข้อมูลการผลิต พลังงาน การคำนวณ Embedded Emissions และหลักฐานที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

เมื่อข้อมูลมีความครบถ้วน ถูกต้อง สอดคล้อง และตรวจสอบได้ องค์กรจะไม่ได้เพียงเตรียมความพร้อมด้าน Compliance แต่ยังสามารถนำข้อมูลคาร์บอนไปใช้ในการบริหาร Supplier วิเคราะห์ต้นทุนและความเสี่ยง ค้นหาโอกาสในการลด GHG และสนับสนุนการวางกลยุทธ์ด้านคาร์บอนในระยะยาว

แหล่งที่มาของข้อมูล

  1. [European Commission – CBAM Definitive Regime] (https://taxation-customs.ec.europa.eu/carbon-border-adjustment-mechanism/cbam-definitive-regime_en?utm )
  2. [European Union – Regulation (EU) 2023/956] (https://eur-lex.europa.eu/eli/reg/2023/956/2025-10-20/eng?utm )
  3. [European Commission – CBAM Verification] (https://taxation-customs.ec.europa.eu/carbon-border-adjustment-mechanism/cbam-verification_en?utm )
  4. [European Commission – CBAM Legislation and Guidance] (https://taxation-customs.ec.europa.eu/carbon-border-adjustment-mechanism/cbam-legislation-and-guidance_en?utm )
  5. [European Commission – CBAM Registry] (https://taxation-customs.ec.europa.eu/carbon-border-adjustment-mechanism/cbam-registry_en?utm )